Coffee

ความทรงจำที่หล่นหาย

posted on 15 Nov 2009 16:19 by milk-tea  in Coffee

  สวัสดีตอนเย็นค่ะ  เป็นอย่างไรกันบ้างคะ   วันนี้ก็เป็นวันอาทิตย์แล้ว  พอถึงวันพรุ่งนี้เราก็คงต้องกลับไปลุยในสนามรบของตัวเองกันอีกครั้ง    พอคิดแบบนี้   มันก็พลอยทำให้อยากจะนอนอยู่นิ่ง ๆ ไม่ทำอะไรไปทั้งวันเลยล่ะค่ะ 55+  แต่ก็นั่นละค่ะ   นอนอย่างเดียวมันก็ออกจะน่าเบื่อ   ฉันเปิดร้าน  หาเรื่องมานั่งคุยกับคุณเล่น ๆ สนุกกว่าเป็นไหน ๆ   ว่างั้นมั้ยคะ? 

   วันนี้  ฉันก็มีเรื่องที่อยากจะเล่าอีกแล้วล่ะค่ะ  5555+  เอาเป็นว่า  เชิญด้านในร้านก่อนดีกว่านะคะ  อากาศข้างนอกร้อนออก  เมนูวันนี้เป็นกาแฟปั่นค่ะ!!!

   อืม_ _ _ _ คุณเคยรู้สึกเหมือนกับว่าทำความทรงจำสำคัญหล่นหายไปบ้างมั้ยคะ?  จริง ๆ ฉันเองก็ไม่เคยนึกถึงอะไรแบบนี้มาก่อน   เพียงแต่_ _ _ ฉันเพิ่งได้รู้ตัวเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

   เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้  ฉันก็ไปโรงเรียนเหมือนทุกวันค่ะ  แล้วก็ไปนั่งคุยเล่นกับเพื่อนเหมือนเดิม  เพียงแต่วันนั้น  ฉันเอาช็อคโกแลตไปนั่งกินเล่นด้วยน่ะค่ะ   จริง ๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ  ช็อคโกแลตแบบที่ฉันกินนั้น  คิดว่าคุณเองก็คงจะเคยกินหรือไม่ก็เคยเห็นเหมือนกัน   มันเป็นช็อคโกแลตที่ห่อด้วยกระดาษ  ทำเป็นรูปคล้าย ๆ ร่มน่ะค่ะ  แล้วตรงที่จับก็จะมีแป้นกลม ๆ ที่ข้างในมีลูกเหล็กสีเงินกับสีแดงอยู่   เอาไว้เล่นเขย่าลูกให้ลงหลุมน่ะค่ะ  อืม....  พอจะเห็นภาพมั้ยคะ  555+  ขอโทษด้วยค่ะ  บรรยายไม่เก่งเท่าไหร่    เอาเป็นว่า   ฉันก็นั่งกินไปเล่นไปจนเพื่อนทัก   แล้วเราก็คุยกันค่ะ   แล้วนี่ก็คือ  เรื่องที่ฉันกำลังจะเล่าให้คุณฟังวันนี้ล่ะค่ะ

  ไม่ว่าใครก็ต้องเคยผ่านวัยเด็กกันมาทั้งนั้น   แล้วเรื่องที่อยู่คู่กับเด็ก ๆ เลยก็คือ  ขนมกับของเล่นนั่นเองค่ะ!  คงปฏิเสธไม่ได้เลย   ว่าเราเคยซื้อขนมเพราะหวังของแถมในถุง   ว่าเราเคยวิ่งเข้าร้านขนมหรือร้านของเล่นทุกวันหลังเลิกเรียน  ว่าเราเคยสนุกสนานกับการสะสมอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจดูไร้สาระหน่อย ๆ  555+  ค่ะ  คุณเองก็คงเคยสินะ

  จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่ฉันลืมไปแล้วล่ะค่ะ   แต่พอได้คุยกับเพื่อนมันก็เลยนึกได้ขึ้นมา  อ้อ.... แล้วบางอย่างฉันก็ไม่รู้จักด้วยนะคะ 5555+  เอาล่ะน๊า~~  ฉันจะเล่าในสิ่งที่ฉันรู้จักก็แล้วกันนะคะ

  สมัยเด็ก ๆ นั้น  เพื่อนของฉันเป็นเด็กผู้ชายค่ะ   แล้วสิ่งที่เราเล่นกันประจำเลยก็คือ  เล่นเป็นขบวนการ 5 สีค่ะ  (ก็ไอ้พวกที่มันลงท้ายด้วย เจอร์ ๆ นั่นล่ะ)  ค่ะ  พวกเรามีฐานทัพ  ซึ่งก็คือจุดทิ้งขยะจากการก่อสร้างในหมู่บ้าน มีผ้าคลุม  แล้วก็ออกปราบเหล่าร้ายกันทุกวันค่ะ  อ้อ.... ตอนนั้นฉันทะเลาะกับเพื่อนเพราะแย่งกันเป็นเร้ดด้วยนะคะ 555+  ก็เร้ดเท่นี่นา  ทำไมผู้หญิงถึงต้องเป็นแต่พิ้งค์ด้วยล่ะ  ใช่มั้ยล่ะคะ? 

  อืม... จากที่บ้าน  ก็มาดูที่โรงเรียนบ้าง  ตอนนั้นที่โรงเรียนฉันฮิตขนมซากุระค่ะ  มันก็ไม่มีอะไรมาก  ขนมซากุระก็คือขนมอบกรอบธรรมดาที่แถมสติ๊กเกอร์การ์ดแคปเตอร์ซากุระในซองน่ะค่ะ  ตอนนั้นเล่นกันทั้งโรงเรียนเลย  มันเป็นเกมที่เรียกว่า หนึบซากุระ ค่ะ  ก็คือ  นำสติ๊กเกอร์ของตัวเองมาเล่นแข่งกัน  โดยจับสติ๊กเกอร์คว่ำหน้าเอาไว้  แล้วใช้นิ้วโป้งกดที่ตัวสติ๊กเกอร์แล้วหนึบขึ้นมา  ใครหนึบได้ก็ได้ไป   เวลาอยากได้ลายที่หายาก ๆ นะคะ  เราก็ต้องทุ่มลายหายากของเราไป   แล้วก็แข่งกัน  แหม..... ตอนนั้นฉันเล่นจนได้มา 101 ลายเลยนะคะ  ซื้อขนมไปกี่ห่อก็ม่ายยู้ =_=  5555+  แต่มันก็สนุกดีนะคะ  พอมานึกดูอีกที   ตอนเด็ก ๆ นี่มันสนุกจริง ๆ นะ

  อ้อ.....  แล้วอีกอย่างที่ฉันชอบมากก็คือ  ขนม จา จา ค่ะ(จริง ๆ ลืมไปแล้วละเนี่ย)  มันเป็นขนมที่แถมบ้านต่อข้างในน่ะค่ะ  เป็นบ้านกระดาษหลังเล็ก ๆ  เห็นทีไรเป็นต้องซื้อทุกทีเลย  ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังมีรึปล่าวนะคะ  แล้วก็ขนมทองค่ะ  ที่ซื้อมาแล้วจะมีแถมพวกสร้อยแหวนของเล่นข้างใน 555+  ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันนะคะ ว่าของพวกนี้มันหายไปไหนหมดแล้ว  หายไป _ _ _ พร้อม ๆ กับวัยเด็กของฉันน่ะค่ะ

  แล้ววันลอยกระทงมาถึง  เด็ก ๆ ในหมู่บ้านก็จะแห่มาเล่นดอกไม้ไฟกันค่ะ  ซึ่งเป็นภาพทีไม่มีอีกแล้วในตอนนี้   สมัยนั้น  ฉันเองก็ออกมาเล่นค่ะ  ตอนสามสี่ทุ่มได้  เราเล่น  ไฟเย็น  เท้าไฟ(ที่เวลาครูดกับพื้นแล้วจะมีไฟขึ้นน่ะค่ะ)  ลูกข่าง  โอ่ง... อ้อ อันนี้ให้ผู้ใหญ่จุดนะคะ  จำได้ว่าพอจุดแล้วโอ่งจะแตก  แล้วพลุก็จะพุ่งขึ้นไป   แล้วก็เล่นซ่อนหาปากระเทียมค่ะ  แบบ... เวลาหาใครเจอให้ปากระเทียมใส่  สนุกแล้วก็ตื่นเต้นดีนะคะ  อ้อ.... มีอีกอย่าง  คือดอกไม้ไฟงูค่ะ  นี่เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็นเลย  เคยแต่ได้ยินเพื่อนเล่า ๆ มา  คุณเคยเล่นมั้ยคะ  ถ้าไง  เล่าให้ฉันฟังบ้างนะคะ ^^

  555+  พูดมาแล้วก็ขำ ๆ นะ  ตอนเด็ก ๆ ฉันเองก็ของเล่นเยอะเหมือนกันนะคะ  จนงงเลยว่าซื้อมาได้ไง  อย่างแรกคือ ตุ๊กตากระดาษค่ะ  แบบถูกเล่นจนเยินไปหมด ต้องซ่อมแล้วซ่อมอีก  แล้วก็นกสังกะสี  อันนี้จำได้ดีเลยค่ะเพราะฉันชอบมาก  มันเป็นนกแก้วตัวเล็ก ๆ ที่ตัวลานไขดึงออกมาได้  แล้วพอไขมันก็จะกระโดด ดึ๋ง ดึ๋ง น่ะค่ะ  คุณเองก็คงเคยเล่นใช่มั้ย?  

  น่าคิดถึงเหมือนกันนะคะ  มีอีกหลายความทรงจำ  ที่ฉันเผลอทำมันหล่นหายไประหว่างการเดินทางจากวัยเด็กสู่มัธยมปลายของฉัน  นี่ถ้าพวกเราไม่เกิดพูดกันเรื่องนี้ขึ้นมา  มันอาจจะหายไปจากฉันตลอดกาลก็ได้  คิดแล้วก็_ _ _  น่าเสียดายใช่มั้ยล่ะคะ   แต่....  ไหน ๆ ตอนนี้ฉันก็ได้มันคืนมาส่วนหนึ่งแล้ว   ฉันก็คิดว่าจะพยายามรักษามันเอาไว้อย่างดี  ไม่ยอมให้หล่นหายไปอีกแล้วล่ะ   อ้อ_ _ _  แต่ฉันเองก็จะไม่หยุดหาความสนุกจากชีวิตม.ปลายหรอกนะคะ

*** จริง ๆสิคะ  ขอถามคุณหน่อยได้มั้ย?  พอดีเพื่อนของฉันพูดถึงน้ำเต้าปูปลาขึ้นมาน่ะค่ะ  คุณรู้จักรึปล่าว  ฉันไม่เคยได้ยินเลยล่ะค่ะ 555+ ถ้ารู้ล่ะก็  ช่วยบอกฉันทีนะคะ

 

แล้วความทรงจำของคุณล่ะคะ  ยังอยู่กับคุณรึปล่าว?

 

  

ข้างซ้ายหรือข้างขวา?

posted on 19 Oct 2009 14:42 by milk-tea  in Coffee

   สวัสดีตอนบ่ายค่ะ   สบีดายกันมั้ยคะ?  ส่วนฉันสบายดีค่ะ (ฮา)    วันนี้แดดแรงมาก ๆ เลยค่ะ  หลังจากหน้าฝนมาหลายวัน  ก็เข้าสู่หน้าร้อน(มันจะต่อด้วยหน้าหนาวมั้ยเนี่ย? )  ค่ะ ช่วงอากาศเปลี่ยนแบบนี้ต้องรักษาสุขภาพกันให้ดี ๆ เนอะ  ไม่งั้นเดี๋ยวได้หายกันแน่ ๆ ค่ะ (ไปจากโลก?)

   ในวันร้อน ๆ แบบนี้  ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีเลยค่ะ  นอกจากนอนขึ้นอืด(ฮา)  ก็แหม_ _ _ มันใกล้เปิดเทอมแล้วนี่นา  ขออืดให้หนำใจหน่อยเถิด(ไม่ใช่พุงนะคะ

    ค่ะ  เมื่อวานนี้ ฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวงานหนังสือมา  หลังจากเรียนพิเศษเสร็จแล้ว   แน่นอนค่ะว่ากระเป๋าแห้งไปเรียบร้อยแล้วด้วย  เอ้อ_ _ _ หมดกันค่าขนมเดือนนี้  555  แต่เรื่องที่ฉันอยากจะเล่าให้คุณฟังในตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวกับงานที่สูบเงินไปจากกระเป๋าของฉันหรอกนะคะ   แต่เรื่องมันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นค่ะ

    อย่างที่ฉันบอกคุณไปแล้ว  ว่าก่อนที่ได้เที่ยวนั้นฉันต้องไปเรียนก่อน 555  ค่ะ  แล้วคนที่ไปรับฉันตอนเลิกเรียนในวันนั้นก็คือพี่ชายค่ะ(ต้องมีคนไปรับเพื่อป้องกันไม่ให้ฉันมีชะตาต้องไปนอนกองอยู่ข้างทางค่ะ)   ซึ่งทุกครั้งที่พี่ไปรับหรือไปส่งฉัน  ก็มักจะมีเรื่องให้ฉันถูกตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เสมอ   เป็นต้นว่า  ข้ามถนนแบบนั้นเธออยากถูกรถซิวเอารึไง?  ช่วยมาเดินข้างหน้าได้มั้ย? เดี๋ยวก็โดนรถเฉี่ยวไม่รู้ตัวหรอก  จะรีบไปไหนฮะ  กลัวไม่ถูกรถชนเอารึ?   หรือไม่ก็  กลัวฟุตปาร์ทรึไง?  ขึ้นมาเดินข้างบนนี่  555+  เป็นแบบนี้ประจำเลยล่ะ   แต่ในครั้งนี้  เราสองคนมีเรื่องที่สนุกกว่านั้นค่ะ

    พี่มารับฉันตรงเวลาเป๊ะเหมือนเดิม   เราเดินกลับบ้านด้วยทางสายเดิม   เพียงแต่วันนี้พี่ไม่ได้ว่าฉันเหมือนกับทุกทีค่ะ  

    ปกติแล้ว  เวลาที่คุณเดินอยู่บนทางเท้าตามถนน  คุณชอบเดินฝั่งไหนกันหรือคะ?  ซ้าย  หรือว่า ขวา  555 โดยส่วนตัวแล้วฉันชอบเดินฝั่งซ้ายค่ะ

     ใช่  แล้วพี่ก็พาฉันเดินฝั่งซ้ายเหมือนกัน  เราเดินกันไปสักพัก  ย่ำต๊อก ๆ ๆ ๆ แล้วทันใดนั้นเอง !!! เราก็เจอกับรถเป๊บซี่คันเบ้อเริ่มเลยขวางทางอยู่ _ _ _ (นี่ไม่ได้เป็นการโฆษนานะคะ )   มันบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้ามากค่ะ   มองทางไม่เห็นเลย   แล้วพี่ชายของฉันก็หันกลับไปมองด้านหลัง  ชะแว๊บ!  แล้วฉันก็หันหลังตาม ชะแว๊บx2! อืม_ _ _ ข้างหลังก็มีรถตามมาเยอะอยู่นา   แล้วพี่ของฉันก็พูดว่า  ข้ามกันดีกว่า  ก่อนจูงมือฉันให้ข้ามไปยังถนนอีกฝั่ง

     แล้วด้วยเหตุนั้นเอง  เราสองคนก็เลยทรยศฝั่งซ้ายมาอยู่ฝั่งขวาซะงั้น 555   แล้วเราก็เดินกันต่อ  ค่ะ  แล้วเมื่อย้ายฝั่ง บางอย่างมันก็เปลี่ยนแปลงไป   เราสองคนมองเห็นรถที่กำลังวิ่งสวนมาข้างหน้าค่ะ   ในขณะที่ตอนอยู่ฝั่งซ้ายนั้นเรามองไม่เห็นรถเลย  เพราะว่าต่างฝ่ายต่างวิ่งไปในทางเดียวกัน  พอคิดแบบนี้  ฉันก็เลยถามพี่ชายที่เดินอยู่ข้าง ๆ เล่น ๆ   ว่าตกลงแล้ว  เวลาเดินบนทางเท้านี่  ต้องเดินข้างไหนกันแน่?   พี่เงียบไปสักพัก  ก่อนตอบคำถามแบบเรียบซะยิ่งกว่าใช้เตารีด_ _ _    มันมีให้สองฝั่ง  ก็เดินมันทั้งคู่นั่นล่ะ

    พอฟังแล้ว_ _ _  เอ้อ  มันก็จริงของพี่แฮะ

    เมื่อใดที่เราเลือกเดินในฝั่งซ้าย  เราจะมองไม่เห็นรถก็จริง  แต่คนขับรถจะมองเห็นเรา   ในทางกลับกัน  เมื่อเราเลือกเดินในฝั่งขวา   เราจะมองเห็นรถที่สวนมา  แต่คนขับรถจะมองไม่เห็นเรา   555  แล้วทางไหนน่าเลือกกว่ากันล่ะคะ  ตามกระแส  หรือ สวนกระแส?  

    ค่ะ  ในโลกปัจจุบันที่หมุนไปด้วยความเร็วเกินกฎหมายกำหนด(เพราะกฎหมายเป็นของมนุษย์ค่ะ ใช้กับโลกไม่ได้ 555  ฉัน//โดนตบหัว )   ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบหมูไปไก่มา  จนหากเราไม่คอยตื่นตัวเอาไว้ตลอดก็อาจหลุดกระแสกันไปได้ง่าย ๆ

    แต่ก็นั่นล่ะค่ะ_ _ _  มันจำเป็นจริง ๆ น่ะหรือ  ที่เราต้องเลือกไหลไปตามกระแสเพียงอย่างเดียว?   

    และ_ _ _

    มันจำเป็นจริง ๆ หรือคะ  ที่เราต้องเลือกเดินสวนกระแสเพียงอย่างเดียว?

    ทางเท้า  เขาสร้างไว้สองทางจริงไหมคะ?   บางที  การมองข้ามฝั่งกันบ้างก็อาจทำให้เราเห็นอะไร ๆ มากขึ้น

    หลังจากเดินกันอยู่สักพักหนึ่ง  ในที่สุดเราสองคนก็มาถึงหน้าหมู่บ้านซึ่งด้านในมีบ้านของเราแล้วค่ะ!  พี่ชายเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของฉันอีกหน   ก่อนจูงฉันเดนข้ามถนนกลับไปยังฝั่งซ้ายเหมือนเดิม

    ค่ะ_ _ _  และในตอนจบของเรื่องนี้  เราสองคนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย  พร้อมกับนำกระเป๋าตังค์มาซักรอ_ _ _  

    รออะไรน่ะหรือ?   ก็รอให้มันไปแห้งในงานหนังสือไงคะ !  5555+ (โดนตบหัวอีกยก )

 แล้วโอกาสหน้าพบกันอีกนะคะ  Milk Tea Cafe' ยินดีต้อนรับคุณเสมอ

    สวีดัด  สวัสดี  ลูกค้าที่น่ารักทุกท่านค่ะ !

edit @ 19 Oct 2009 15:45:39 by Milk-Tea

ต้องจ่ายเท่าไหร่คะ?

posted on 17 Oct 2009 15:45 by milk-tea  in Coffee

สิ่งที่มีคุณค่า  คือสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยของตอบแทน 

     ขึ้นหัวข้อแบบนี้ก็แทบจะเดาเนื้อหาได้แล้วใช่มั้ยคะ   ฉันเห็นด้วยกับประโยคนี้นะ  ก็_ _ _  มันเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้นี่คะ   แล้วจะไปต่อต้านมันทำไมจริงไหม?  555+  

     แต่จริง ๆ แล้ว_ _ _ มันมีหรือคะ?  สิ่งที่ได้มาโดยไม่ต้องจ่ายด้วยอะไรเลยจริง ๆ น่ะ    แม้แต่สิ่งที่สุดแสนจะโรแมนส์ที่เรียกว่าความรักนั่นก็เถอะ     ต้องจ่ายทั้งนั้นล่ะค่ะ   แต่จะมากหรือน้อยมันก็แล้วแต่รายไป    เชื่อไหม?  แม้แต่ชื่อของเราเองเรายังต้องจ่ายเลยค่ะ   จ่ายด้วยอะไรน่ะหรือ?    ก็จ่ายด้วยการที่คุณไม่ได้ตั้งชื่อให้ตัวคุณเองไงคะ 555+   (โดนลูกค้าชู๊ต ออกไปนอกร้าน)  

   อะ _ _ _ โธ่   นี่ฉันไม่ได้กวนนะคะ   พูดจริง ๆนี่นา   คุณไม่คิดอย่างงั้นหรือ?   ทุก ๆ สิ่ง  จะเกิดขึ้นได้  มันต้องมีปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิด   ทั้งคุณและฉัน  เกิดขึ้นมาบนโลกนี้ได้  ก็เพราะปัจจัยที่ว่า   เพราะงั้น  การแลกเปลี่ยนจึงเกิดขึ้นอยู่เสมอทุก ๆ วัน  รอบ ๆ ตัวเรา   เพียงแต่เราสนใจจะมองรึไม่เท่านั้นเอง    ค่ะ  ดังนั้น  หากคุณเชื่อในประโยคข้างบนนั่นเหมือนกับฉัน   ก็สรุปสิ่งนี้ในใจได้เลยค่ะ

ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนมีคุณค่า

    จริงไหมคะ?  ก็ในเมื่อทุกสิ่งก่อนได้มาล้วนต้องจ่าย   ใช่  แม้แต่สิ่งที่คุณไม่อยากได้แต่ดันได้มาซะงั้นก็เช่นเดียวกัน   เราอาจไม่อยากได้    แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไร้ค่าไม่ใช่หรือคะ?  

   ทุกสิ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเสมอ    เพราะฉะนั้น   ฉันจึงไม่เคยสนใจ  หากมีใครมาหาว่าฉันไร้ค่า    เพราะอะไรน่ะหรือคะ?  เพราะฉันเชื่อว่าฉันทำดีที่สุดในแบบของฉันเสมอ  จริงไหม?  ถ้าเราทำดีแล้ว   ทำไมต้องไปนั่งฟังคำพูดของคนที่ไม่ยอมมองด้วยล่ะคะ? 

     ใครหลายคนมักชอบพูดว่าโลกนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน   แต่_ _ _ นั่นเป็นความจริงแน่หรือคะ?   โลกนี้โหดร้าย?   เรากล่าวหาโลกกันมากเกินไปหรือปล่าวคะ?   บางที   โลกอาจแค่ทำตามหน้าที่อย่างที่ต้องทำตามแบบของโลกเท่านั้นเอง    มนุษย์เราต่างหาก  ที่ไปกำหนดกะเกณฑ์แล้วก็เป็นทุกข์กับข้อกำหนดที่ตัวเองสร้างขึ้นมา   

     ไม่ว่าเมื่อไหร่  โลกก็อัดแน่นไปด้วยความแตกต่าง    ดังนั้นแล้ว   จึงไม่ได้มีความจำเป็นอะไร  ที่เราจะต้องไปเหมือนกับคนอื่นทุกกระเบียดนิ้ว    เราเพียงแค่   เป็นตัวเราในแบบของเราเอง  เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วล่ะค่ะ

บางสิ่งที่ดีงามก็สมควรเลียนแบบ   แต่นั่นก็จำเป็นต้องมีของเขตไม่ใช่หรือคะ? 

 

  

สินค้าทุกสิ่งอย่าง  เราสามารถตีหามูลค่ากันได้_ _ _  แต่ค่าของคนเล่าคะ?   วัดได้จากทัศนคติของใครคนใดคนหนึ่งหรือ?

 

 

 

 

 

edit @ 17 Oct 2009 17:15:59 by Milk-Tea