วันนี้ขึ้นชื่อเรื่องมาประหลาดนิด  จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ  แค่ตอนนี้อยู่ว่าง ๆ มันก็เลยเกิดนึกถึงเรื่อง ๆ หนึ่งขึ้นมา  เป็นเรื่องแปลกประหลาดปนสยองที่เกิดขึ้นกะตัวนี่แหละ  เอ้อ...  จำได้ว่าไอ้ตอนนั้นน่ะตกใจแทบตายแน่ะ  แต่พอมานึกถึงตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องตลกไปได้ยังไงไม่รู้  ลองฟังกันดูไหมคะ?  มะประเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง  แต่อย่าเพิ่งขำกันท้องแตกนะ  ม่ายงั้นคนเล่าเกิดอดใจไม่ไหวขำกลิ้งตามไปด้วยล่ะจะอดฟัง
     
  เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในเย็นย่ำวันหนึ่ง  ท้องฟ้ามืดสลัว(เพราะมันเริ่มหัวค่ำแล้ว)  เสียงหมาข้างบ้านหอนดังอยู่เป็นระยะ ๆ  และข้าพเจ้าก็นั่งอยู่ในบ้านคนเดียว  นั่งทำอะไรอยู่น่ะหรือ?  ก็นั่งกินขนมไปเล่นคอมฯไปอย่างสบายใจเฉิบฮ่ะ!  ก็แหม...  ถูกใช้ให้เฝ้าบ้านนี่นา  น่าเบื่อจะตาย  มันก็ต้องหาอะไรทำแก้เซ็งกันมั่งล่ะ  เห็นบรรยากาศกำลังดี  นี่ถ้ามานั่งล้อมวงกันเยอะ ๆ แล้วเล่าเรื่องผีเล่นกันนะเจ๋งเลย  แต่แย่หน่อยที่ฉันนั่งอยู่คนเดียวแผนการนี้มันก็เลยเจ๊งฮ่ะ  ยังดีที่บ้านมีคอมฯ  ก็เลยนั่งเล่นมันไปเรื่อยแหละ  แล้วในขณะที่ฉันกำลังนั่งดูคลิปใน Youtube อยู่นั่นเอง  หู(ที่ถูกปิดด้วยเฮดโฟน)ก็พลันได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง  มันเป็นเสียงที่ฟังเหมือนกับดังมาจากที่ไกล ๆ   ดัง  ซ่า~ ซ่า~
     
   ณ ตอนนั้นฉันไม่ได้สนใจอะไร  เพราะคิดไปว่าคนข้างบ้านคงกำลังรดน้ำต้นไม้  แต่แล้ว  ในขณะที่ฉันกำลังรอคลิปโหลดอยู่นั่นเอง  ความคิดหนึ่งก็เกิดพุ่งขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว 
     
  "ใครเขาจะบ้ามานั่งรดน้ำต้นไม้ในเวลาแบบนี้กันฟะ!"
     
   คิดได้อย่างนี้  ฉันก็รีบเงยหน้าขึ้นจากจอคอมฯทันที  และที่เบื้องหน้าของฉันนั้นเอง  ไนแองการ่ากำลังทิ้งตัวซ่าลงมาจากเพดานห้องกินข้าว!   แล้วก่อนที่ฉันจะทันส่งเสียง  อยู่ ๆ ไฟทั้งบ้านก็ดับวูบลงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาสับคัตเอาท์!
     
  โอ้แม่เจ้า!  ทีนี้ร้องเฮ้ยขึ้นมาดังลั่นบ้านเลยค่ะ  สติสตางค์(ที่ปกติก็ไม่ค่อยมี)หายเกลี้ยงเกลา  แต่แล้วไอ้เจ้าเสียง ซ่า ซ่า นี่แหละก็เรียกให้วิญญาณของฉันกลับเข้าร่างอีกครั้ง  ทีนี้ก็จะรอช้าอยู่ไยล่ะคะ  รีบคว้าโทรศัพท์กดหาท่านน้าที่อยู่ข้างบ้านด่วนจี๋เลยฮ่ะ  โชคยังดีที่น้าเขากลับบ้านแล้ว  พอได้ยินเข้าก็เลยรีบบึ่งมาช่วย 
     
  พอมาถึง  คุณน้าก็ออสระอึงออึงไม่โท "อึ้ง" ไปตามสถานการณ์นิด ๆ  ก่อนที่แกจะรีบเผ่นไปกระชากปลั๊กปั๊มน้ำออกฮ่ะ  พอมาถึงตอนนี้ก็ถึงทีต่างคนต่างวิ่งแล้ว  ไอ้เราก็ดิ่งเข้าครัวก่อนเลยฮ่ะ  แล้วรีบไปคว้าเอากะละมังมารองไอ้เจ้า "ไนแองการ่า" ที่กำลังจะทำให้บ้านฉันกลายเป็นแอ่งน้ำเล็ก ๆ   ส่วนคุณน้าแกก็รีบเผ่นขึ้นชั้นสอง  ไปดึงเอาปลั๊กไฟในห้องนอนท่านพี่ออก  ม่ายงั้นคงจะมีเฮกันกว่านี้
     
  หลังจากนั้นก็ช่วยกันรองน้ำ  เช็ดพื้นเป็นพัลวันเลยฮ่ะ  ไอ้รู้ก็รู้ล่ะว่างานนี้ท่อแตกแน่แล้ว  แต่จะตรงไหนหรืออย่างไรนี่จนปัญญา  ไอ้เราก็มะใช่ช่างซะด้วยสิ  ต่างคนต่างก็เลยไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านี้ 
     
  แต่ก็เหมือนพระมาโปรดจ้ะ  พอดีตอนนั้นป้าแท้ ๆ เราที่อยู่บ้านตรงข้ามแกเห็นบ้านเราไฟดับ  แกก็เลยชวนลุงมาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้น  พอแกรู้สาเหตุเข้า  ก็เลยเข้ามาช่วยกัน  โชคดีที่ลุงเก่งงานช่างแกเลยว่าจะช่วยดูท่อให้  ส่วนป้าก็ไปตามลูกพี่ลุกน้องเรามาฮ่ะ  ให้มาช่วยกันวิดน้ำ  ทีนี้ก็เลยโล่งใจขึ้นเยอะ  นึกไม่ออกเลย  ว่าถ้านี่ต้องอยู่คนเดียวไม่มีใครเลยจะเป็นยังไง
     
  เวลาผ่านไปพักใหญ่  พวกเราก็ต่างคนต่างช่วย ๆ กันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งลุงเปลี่ยนท่อให้เราเสร็จ  และไนแองการ่าก็หยุดไหลแล้ว   พ่อกะแม่ฉันก็กลับมากันพอดี
     
   อีตอนแรกก็กลัว ๆ อยู่ฮ่ะว่าคงจะโดนแหง ๆ ไม่มีพลาดชัวร์  แต่ก็ต้องผิดถนัด  พอพ่อกะแม่มาถึงบ้าน  ลุงกะป้าก็ไปเล่าเรื่องให้แกสองคนฟังก่อนเลย  แล้วพอเล่าจบเท่านั้นล่ะ  พ่อกะแม่ก็อึ้ง ๆ ไปแป๊บก่อนที่จะหัวเราะกันออกมา  พ่อแกยังหันมาถามเรา  "ตกใจแย่เลยสิ?" โธ่... ไม่แค่ตกใจหรอกค่ะ  วิญญาณหนีออกจากร่างเลยล่ะ  แต่ก็แปลกดีนะ  ไอ้ปัญหาใหญ่ ๆ เนี่ย  พอมีคนมาร่วมเผชิญหน้ากับเราด้วยมันก็กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไปได้เหมือนกัน
     
  สุดท้ายทุกอย่างก็ลงเอยอย่างที่ฝรั่งเขาเรียกแฮปปี้เอนดิ้ง  ลุงกะป้าก็แยกกลับบ้านไป  แถมทิ้งท้ายกะเราอีกหน่อย  ยังจำได้แม่นเลย  แกว่า "วันหลังมีอะไรนะข้ามไปเรียกเล๊ย บ้านก็อยู่แค่นี้ทำยังก๊ะห่างกันเป็นกิโล" เอ้อ... ก็จริงของแกนะ  บางทีครอบครัวตัวเองแท้ ๆ กลับทำเหมือนคนอื่นคนไกล
     
   ไอ้เรื่องไนแองการ่าเนี่ย  จริง ๆ ผ่านมานานหลายเดือนแล้วจ้ะ(เกือบ ๆ จะรอบปีแล้วมั้ง?)  แต่มันก็ยังคงติดตาติดใจเราไม่ลืม   ไอ้ที่ว่าติดตาน่ะก็แหง  ภาพแบบนี้น่ะไง ๆ ก็ลืมไม่ลงหรอกจ้ะ  ส่วนเรื่องติดใจ...  นี่ก็แหงอีกเหมือนกัน  ลืมไม่ลง  ว่าเรามีครอบครัวที่น่ารักขนาดไหนยืนอยู่เคียงข้าง  นี่ล่ะนะ  ที่เขาว่าสิ่งสำคัญอันใกล้ตัวที่เรามักมองข้าม  ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้  ฉันก็คงจะมองข้ามไปอยู่นั่นเอง  ก็น่าคิดดีนะ  สังคมบ้านเราตะก่อนนู้นก็อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่  ถึงจะมีทะเลาะเอะอะกันบ้างตามประสา  แต่พอมีปัญหาเกิดขึ้นมาต่างคนก็ต่างหันหน้ามาช่วยกันแก้  น่าเสียดายนะ... ถ้าจะปล่อยให้ภาพแบบนี้จะเลือนหายไปกับกาลเวลา  แต่เอาเถอะฮ่ะ  ไง ๆ ไอ้เหตุการณ์ไนแองการ่านี่ก็จะคอยเตือนสติฉันไปจนตายแหละ  รับรองได้เลย  อ้อ... คุณเองก็เหมือนกันนะ  ระวังฟืนระวังไฟ(and วาตภัย)ฮ่ะ  ฉันเตือนจากใจเลยนะ  ไม่อยากให้มามีประสบการณ์แบบนี้เลยจริง ๆ
     
  เอาล่ะค่ะ  วันนี้พอแค่นี้เนอะ(แค่นี้ก็เผาตัวเองจนเกรียมแล้วฮ่ะ)  ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้าจ้ะ  แล้วจะมาเล่าอะไร ๆ ให้ฟังกันอีก  วันนี้ลาล่ะจ้ะ  ฝันดีนะคะ
     
     

 

edit @ 13 Oct 2010 20:29:53 by Milk-Tea

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

55555555555555555555555
อยากกด like สักพันรอบ

สุดยอดค่าา
อยากเหนหน้าคุณจิงๆว่าจาหนน้าตาตื่นเเค่ไหน
เปนเรา เราคงช็อคอยุ่ตรงงนั้นคนเดียวจนกว่าจะมีใครกลับบ้านนั่นแหละ sad smile

#1 By Dreamer on 2010-10-13 00:49

๕๕๕+ มิลค์จังเจอไนแองการ่าส่วนเมะเจอเวนิสหน้าบ้านแฮะ TT_TT ภัยจาก"น้ำ"นี่ช่าง่ากลัวจริงๆ =_="

#2 By Komeji Vex on 2010-11-18 23:53

มิลค์จาง~เค้าเปิดบล็อกแล้วนะจ๊ะ ^^ อิอิ แล้วอย่าลืมมาแวะเวียนบ่อยๆอ่า ไม่งั้นเค้าเสียใจแย่เลย TT^TT(//ล้อเล่น) แล้วจะเข้ามาเยี่ยมเยียนบ่อยๆน้า ^____^ ตอนนี้ไปก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่จร้า Moi Moi

#3 By pasta-san on 2011-02-15 16:53