แล้วก็แก่ขึ้นอีกวัน...
posted on 23 Jun 2010 23:54 by milk-teaเช้าวันหนึ่ง ไม่มีอะไรต่างไปจากธรรมดา พอตื่นขึ้นมาแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าอย่างเคย แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร อยู่ ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาว่า ภาพของตัวเองในกระจกนั้นมันดูแก่จริง ๆ ...
ไม่ ๆ ริ้วรอยยังไม่ขึ้นหรอก
โอ้ No No สายตามันยังดีอยู่นะ
อะ.. แล้วผมก็ไม่ยังมีสีขาวปะปนเป็นหย่อม ๆ พองามด้วย
แล้วอะไรกันนะที่ทำให้เรารู้สึกไปได้แบบนั้น... บางทีอาจเป็นเพราะไม่ได้ส่องกระจกมานาน(เห็นหน้าตัวเองเข้าเลยหลอน) หรือไม่ก็เราอาจจะ "แก่" เข้าแล้วจริง ๆ ?
หลายคนกระโดดเข้าสู่วัยชราโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่อีกหลาย ๆ คนกลับแทบจะไม่รู้เลยว่าไอ้คำว่าชราเนี่ยมันหมายถึงอะไร บางทีคุณอาจถามฉันว่า แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าแบบไหนที่เรียกว่าแก่ ? ไอ้มาตรวัดความชราเนี่ยมันอยู่ตรงไหนกันเหรอ ? ทำไมอาม่าที่บ้านเรายังคงดูสดใสปานเด็กวัย 18 ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว 8..ตื๊ด.. แล้วทำไมไอ้เจ้ารุ่นน้องข้างบ้านเรามันดูราวกับแก่กว่าเราสัก 5 ปี
บางที ความชราอาจไม่ได้หมายถึงตัวเลขอายุเสมอไป...
เคยมีใครบางคน(ซึ่งคุณคงไม่มีทางรู้ว่าใคร)กล่าวเอาไว้ว่า แก่หรือไม่อยู่ที่ใจใช่ใบหน้า... บางทีคนที่ปล่อยให้ใจแก่ก่อนหน้าอาจชราภาพยิ่งกว่าคนที่หน้าแก่ก่อนใจ
พอลองดูหน้าตัวเองในกระจกดี ๆ แล้ว... ฉันก็สงสัยอยู่นิด ๆ ว่าตอนนี้ตัวเองอายุเท่าไหร่ 18 หรือ 8.. ตื๊ด..ตื๊ด...ตื๊ด... อะไรบางอย่างมันหายไปรึเปล่านะ ?
ว่ากันตามธรรมชาติ เด็กทุกคนต้องเป็นผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ทุกคนก็ล้วนมาจากเด็ก ดู ๆ ไปแล้วก็สมดุลกันดี... แต่อะไรกันล่ะที่เป็นจุดแตกต่างแทรกกลางระหว่างสองช่วงวัย บางที อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ประสบการณ์"
เคยมีคนกล่าวว่า(อีกแล้ว..) เด็กจะ"ตัด"สินความถูกผิดดังฉับโดยใช้ดาบที่มีชื่อว่า "ความคิดส่วนตัว" ส่วนผู้ใหญ่นั้นจะ"ตัด"สินความถูกผิดดังฉัวะด้วยดาบที่มีชื่อว่า "ประสบการณ์"
ข้อความนี้จะจริงเท็จแค่ไหน... ฉันก็คงจะบอกคุณไม่ได้ เพราะมันไม่ได้เป็นนิยามของศัพท์ที่เขียนไว้ในพจนานุกรม และไม่ได้เป็นทฤษฎีบทหรือข้อกำหนดตายตัวใด ๆ ทั้งสิ้น แต่มันเป็นเพียงแค่คำพูดของคนคนหนึ่ง... เป็นเพียงเท่านั้นเอง
ความคิด กับ ประสบการณ์ สองสิ่งที่ทุกคนต่างก็มีติดตัวเหมือนเป็นเงินในกระเป๋า มากบ้าง น้อยบ้าง ก็ตามแต่ว่ากระเป๋าใครจะรั่วจะปิดกว่ากัน อาจจะพอเปรียบได้ว่าความคิดเป็นเหมือนเหรียญ ประสบการณ์เป็นเหมียน.. เอ๊ย..เหมือนแบงค์(ซึ่งไม่ใช่ธนาคาร) ถ้ามีเหรียญในกระเป๋ามากเกินไป มันก็จะทั้งตุงทั้งหนักจนคนถือแทบอั๊ก แต่ถ้ามีแต่แบงค์มากเกินไป เวลาจะใช้จ่ายอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะมีปัญหา(เช่น เวลาจะกดกระดาษชำระแบบตู้ที่อยู่หน้าห้องน้ำ) ดังนั้น ทั้งสองอย่างมันจึงควรที่จะ "พอดี ๆ" กัน
แล้วแบบไหนล่ะที่เรียกว่า"พอดี ๆ" ? บางทีเจ้าคำศัพท์คำนี้อาจเป็นคำที่หาความหมายมาอธิบายได้ยากที่สุดก็ได้
ฅนทุกฅนต่างต้องการความ "พอดี ๆ" ในทุกอย่าง แต่มันน่าเศร้าตรงที่ว่า มีกี่คนกันที่เข้าใจในความหมายของมันจริง ๆ
มีคนกล่าวอีกว่า เมื่อตอนที่เรามีความคิดเป็นของตัวเอง เรายังขาดประสบการณ์ แต่พอมาถึงวันที่เรามีประสบการณ์ เรากลับขาดความคิดที่เป็นของเราเอง ใครจะนึก...ว่าเวลาทำให้เราลืมได้แม้กระทั่งความคิดของตัวเอง...
มองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกห้องน้ำอีกที... ไม่ค่อยแน่ใจว่าตอนนี้มีเศษเหรียญเล็ก ๆ ติดตัวอยู่สักเท่าไหร่ ในขณะที่แบงค์ค่อย ๆ พอกพูนขึ้นทุกวัน
บางที... อาจควรเดินเข้าไปถามอาม่า...
ท่านอาจจะใจดีแบ่งเศษเหรียญที่มีอยู่ในกระเป๋าให้บ้างก็ได้...
เมะคิดว่าเมะ เป็นแค่เพียงผู้รับข้อมูลอย่างเดียว อาจจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่บ้านที่มีแต่ผู้ใหญ่ แต่เมะคิดว่าถ้าเมะยังไม่เคยเจอของจริงกับตัวเอง เมะก็คิดว่าเหรียญในกระเป๋าของเมะก็คงไม่ลดลงไปหรอก เพราะเมะคิดว่า"เรื่องบางเรื่องต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง"
ปล.การมีเหร๊ยญมากไปก็เป็นภาระกับตัวเองมากเกิน แต่ถ้าหากมีแบงค์มากไปก็จะเป็นพวกบ้าหลักการและเหตุผล ความพอดีจึงเป็นทางสายกลางที่ไม่หนักและเบาจนเกินไป เพราะฉะนั้นเมะขอให้ทุกคน(รวมทั้งเมะ)เจอความพอดีในเร็วๆวัน(//ฮา)
เฮ้อ~พูดเรื่องซีเรียสมากซะนานเลยแฮะเรา~๕๕๕+
โชคเอนะมิลค์จัง awesome เนอะ awesome(มิลค์จังคงรู้นะว่าเมะหมายถึงอะไร ๕๕๕+)แวะมาดู&มาเจิม เมะไปก่อนนะ moi moi
#1 By Komeji Vex on 2010-06-24 22:10